10 ข้อคิดที่ได้หลังจากเป็น Lead Software Developer

10 ข้อคิดที่ได้หลังจากเป็น Lead Software Developer

HOME › 10 ข้อคิดที่ได้หลังจากเป็น L...

เมื่อคุณทำงานไปนาน ๆ คุณจะเริ่มมีความรู้ และสั่งสมประสบการณ์ในการทำงานมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าวันหนึ่งคุณจะได้รับตำแหน่งและบทบาที่สูงขึ้น  โดยบทความนี้เป็น 10 ข้อคิดที่ได้หลังจากเป็น Lead Software Developer ของคุณ Daniel Anderson
1. คุณแนวแนวโน้มที่จะได้ Coding น้อยลง
มันเป็นเรื่องยากที่คุณจะได้รับหน้าที่ให้เขียน Code ทั้งหมดโดยเฉพาะหากเป็น Project ที่มีขนาดใหญ่ ถ้าคุณทำทุกอย่างทั้งหมด ก็อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย
สิ่งเหล่านี้ จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการทำงานของคุณ:
  • คุณอาจต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ ในการ Review Code ของ Developer คนอื่น ๆ
  • คุณอาจต้องเข้าร่วม Meeting หลายครั้ง ซึ่งนั่นทำให้คุณต้องวางแผนสำหรับงานต่อไปที่ต้องทำ หรือต้องเปลี่ยนแปลง Development Process/Cycle
  • ทำหน้าที่ Admin มากขึ้น คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า Document ถูกต้อง แล้ว Release Plans และ Stories ที่มีการ Update และจะยังคงทำแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ
  • คุณจะถูกถามความคิดเห็นเกี่ยวกับ Requirements อยู่เสมอ และในช่วงเริ่มต้นของ Process ทำให้คุณต้อง อ่าน Requirements มากขึ้น
2. คุณไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด
จงไว้วางใจคนในทีมของคุณ คุณจะไม่เติบโตกันเป็นทีมได้ หากคุณพยายามควบคุมทุกอย่าง Developer ทุกคนล้วนมีจุดแข็งและจุดอ่อนรวมถึงความสามารถในการนำทีม ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องเป็นต้องเชี่ยวชาญในทุก ๆ สิ่ง
คุณจะเริ่มพึ่งพา Developer บางคนที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับ Tech Stacks บางอย่าง เนื่องจากคุณรู้ว่าการทำวิธีนี้จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
3. มันยากที่จะให้ Developer (บางคน) สื่อสารออกมา
แม้ว่าหลาย ๆ คนคงจะรู้ดีว่า Developer ถือเป็นกลุ่มบุคคลที่ไม่ค่อยช่างพูดสักเท่าไรนัก แต่เมื่อคุณได้เป็น Lead Developer แล้ว คุณจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
หากคุณลองพยายามให้ Developer สื่อสารความคิดเห็นของพวกเขาออกมา จะมี Developer บางคนที่ไม่ยอมสื่อสารออกมาว่า พวกเขากำลังดิ้นรนกับงานของพวกเขา ไม่ว่าคุณจะใช้ความพยายามถามมากแค่ไหนก็ตาม และในการทำ Sprint Planning คุณจะสังเกตเห็นว่ามี Developer บางคนที่นั่งเงียบ ๆ กลมกลืนไปกับคนอื่น ๆ
“การวางแผน Sprint เป็นช่วงเวลาการทำงานแบบบรรจุกล่องซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงสำหรับการวิ่งทุกสัปดาห์ ในการวางแผนการวิ่งทีมงานทั้งหมดตกลงที่จะทำรายการค้างสินค้าให้เสร็จสมบูรณ์ ข้อตกลงนี้กำหนด backlog ของการวิ่งและขึ้นอยู่กับความเร็วหรือความสามารถของทีมและความยาวของการวิ่ง”
4. Junior Developers สามารถทำให้คุณประหลาดใจได้
มี Junior Developers หลายคนที่สามารถพัฒนาความสามารถได้เร็วกว่าที่คุณคาดคิด พวกเขาสามารถก้าวข้ามจากการไม่มีสิ่งชี้นำใด ๆ ใน Project ไปจนถึงสามารถสร้าง Big Impact ใน Project ต่อ ๆ ไปได้
คุณจะสังเกตได้ว่า คนที่มีความใส่ใจในการทำงานจะประสบความสำเร็จได้เร็วกว่าคนทั่วไปคนที่ใฝ่รู้คนที่กระหายการเรียนรู้ในสิ่งต่าง ๆ จะปรากฏตัวให้เห็นได้อย่างชัดเจน
5. คุณจะเริ่มเพิ่มเวลาทำงานจากที่เคยประมาณการณ์ไว้
เมื่อมีการประมาณการณ์เวลาที่จะใช้ในการทำงาน คุณจะสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็วว่า Developers มักจะประเมินสิ่งเหล่านี้น้อยเกินกว่าที่ควรจะเป็น นั่นอาจเป็นเพราะ คงไม่มีใครชอบให้คนอื่นมองว่าตัวเองทำงานช้า จริงไหม
สิ่งนี้อาจไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคุณมากเท่ากับ Senior Developer แต่ในฐานะของ Lead Developer เมื่อใดที่หัวหน้างานหรือทางผู้บริหารกำลังเข้ามาถามคุณว่า ทำไมงานถึงยังไม่เสร็จ เมื่อนั้นมันอาจกลายเป็นปัญหาขึ้นมาได้
คุณจะสังเกตเห็นได้ว่า เมื่อเวลาสำหรับการ Review มีการเปลี่ยนแปลง การแก้ไข Bugs และการออกแบบ ก็ดูเหมือนจะถูกประเมินต่ำไปกว่าความเป็นจริงหรืออาจถูกลืมได้อยู่เสมอ
และตอนนี้คุณมีประสบการณ์ที่มากขึ้นแล้ว คุณจะเริ่มประมาณการณ์เวลาทำงานให้มากกว่าที่คุณเคยทำมาก่อนหน้านี้
6. โดยทั่วไป Developers ไม่ค่อยชอบสร้าง Test
คุณจะเริ่มสังเกตเห็นว่ามี Developers บางคน ที่สร้าง Test ให้น้อยที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้ จากนั้นคุณจะเริ่มขอให้พวกเขาสร้าง Test มากขึ้น ๆ อีก ตราบเท่าที่คุณยังใช้งานใน Software เหล่านั้น
ในฐานะของ Lead หวังว่าตอนนี้คุณคงจะได้เรียนรู้แล้วว่า Test นั้นมีความสำคัญมากแค่ไหน
7. คุณอาจจำเป็นต้องทำงานซ้ำแล้วซ้ำอีก
ในการทำงาน คุณอาจเคยเจอกับคำถามเหล่านี้:
  • คุณสามารถ Update ชั่วโมงการทำงานของคุณสำหรับ Tasks / Story นั้นได้หรือไม่?
  • คุณจะช่วย Push Code ก่อนจะกลับบ้านได้ไหม?
  • คุณจะช่วยทำ Document ให้ด้วยได้ไหม?
  • แต่ผมคิดว่าเรา Update ไปแล้วไม่ใช้เหรอ?
และคำถามอื่น ๆ อีกมากมาย
8. คุณจะเริ่มเห็นความสำคัญของ Document
แน่นอนว่าการทำ Document อาจไม่ใช่เรื่องสนุกสำหรับคุณ แต่เมื่อคุณทำงานนาน ๆ ไปและมีประสบการณ์มากขึ้น คุณจะเริ่มใส่ใจกับ Document มากขึ้น
หลังจากที่คุณถูกถามด้วยคำถามเดิม ๆ ซ้ำหลายครั้ง คุณจะเริ่มขอให้คนในทีมที่เกี่ยวข้อง ช่วยจัดทำ Document ขึ้นมาเพื่อเขียนเกี่ยวกับคำตอบจากคำถามต่าง ๆ และเพื่อให้ Developer สามารถใช้อ้างอิงถึง Document เหล่านั้นแทนที่จะต้องมาถามคุณ
9. คุณจะเริ่มเห็นสิ่งต่าง ๆ ในภาพกว้างมากขึ้น
เนื่องจากคุณจะได้ Review Code เป็นจำนวนมาก (หรือในบางกรณีคุณอาจได้ Review Code ทั้งหมด) ด้วยเหตุนี้จะทำให้คุณมีความเข้าใจมากขึ้นว่า สิ่งต่าง ๆ เหมาะสมหรือเข้ากันได้อย่างไร แม้ว่าคุณอาจจะไม่ได้เขียน Code เหล่านั้นเลยก็ตาม
10. คุณจะได้ประโยชน์จากทางเลือก
คุณจะได้รับประโยชน์จากกระบวนการการตัดสินใจเพื่อเลือก Tech Stack หรือเพื่อ Upgrade ในครั้งต่อ ๆ ไป ความรู้ทั้งหมดที่คุณได้รับและได้เรียนรู้จากการที่เป็น Developer มาก่อน จะมีประโยชน์อย่างยิ่งในการทำงานของคุณ
Source: https://medium.com/
 

ISM Technology Recruitment Ltd. (#1 Tech Recruiter in Thailand) เราเชี่ยวชาญในธุรกิจ IT Recruitment & IT Outsourcing โดยเฉพาะ เปิดทำการกว่า 30 ปี มีพนักงานทุกสายและทุกระดับทางด้าน IT ที่ได้ร่วมงานกับลูกค้าองค์กรใหญ่ที่มีชื่อเสียงและบริษัทข้ามชาติมากมาย หากคุณเป็นคน IT ที่อยากทำงานท้าทายและร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ สามารถฝากประวัติการทำงาน (Resume) ของคุณไว้กับ ISM ได้ที่ https://www.ismtech.net/submit-your-resume แล้วคุณจะพบว่าอนาคตและโอกาสก้าวหน้ากำลังรอคุณอยู่