#1 tech recruiter in thailand

ทักษะ Developer ที่ได้ไปต่อ ในปี 2026

Over 126,000 Tech Jobs Gone In 2025

งาน Tech หายไปกว่า 126,000 ตำแหน่งในปี 2025 บทความนี้สรุปทักษะ Engineer ที่ตลาดต้องการจริง ตั้งแต่ Backend, Data, Cloud ไปจนถึง AI กับ ทักษะ Developer ที่ได้ไปต่อ ในปี 2026

อ้างอิงข้อมูลจาก layoffs.fyi: 7 บทบาทที่เติบโตสวนทาง ในขณะที่ตำแหน่งอื่นค่อย ๆ หายไป

ในปี 2025 งานสาย Tech กว่า 126,000 ตำแหน่ง ไม่ได้ค่อย ๆ เปลี่ยนผ่าน แต่มันถูก “ปลด” อย่างชัดเจนและรุนแรง ทั้งทีมถูกยุบหายไปอย่างกะทันหันระหว่างวันทำงานปกติ Senior Engineer ต้องคอยรีเฟรช LinkedIn อยู่บ่อยครั้ง และ Recruiter เงียบหายไป ทั้งที่เมื่อ 2 ปีก่อนยังตามจีบกันไม่หยุด

และไม่ใช่บทความแนว “AI เปลี่ยนโลก” ที่เขียนจากมุมมองคนนอก แต่มันคือเรื่องจริงที่ทั้งโหดและมีประโยชน์ เพราะในขณะที่คนจำนวนมากถูก Layoff ยังมีคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่แทบไม่รู้สึกอะไรเลย
บางคนได้ขึ้นเงินเดือน
บางคนได้ข้อเสนอใหม่ภายในไม่กี่วัน
บางคนไม่เคยอยู่ในความเสี่ยงด้วยซ้ำ

บริษัทเดียวกัน เศรษฐกิจเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ต่างกันสุดขั้ว ซึ่งความแตกต่าง ไม่ใช่พรสวรรค์ ไม่ใช่ความขยัน และไม่ใช่ประสบการณ์ แต่คือ การวางตำแหน่งของทักษะ (Skill Positioning)

การ Layoff ไม่ได้เกิดแบบสุ่ม มันเกิดอย่างแม่นยำ เมื่อดูข้อมูลจาก layoffs.fyi แล้วเลิกดูแค่พาดหัวข่าว สิ่งที่เห็นชัดคือ “ชื่อตำแหน่งงาน”

บทบาทที่โดนหนัก

  • Frontend Engineer ที่ทำเฉพาะหน้าบ้าน และไม่เข้าใจระบบ
  • Junior Data Analyst ที่ทำแค่ Dashboard
  • QA ที่พึ่งพาการทดสอบแบบ Manual
  • “Prompt Engineer” ที่ถูกจ้างช่วงกระแส AI
  • Middle Manager ที่ดูแลกระบวนการ แต่ไม่สร้างผลลัพธ์

บทบาทที่รอด หรือเติบโต

  • Backend Engineer ที่โฟกัสด้าน Infrastructure
  • ผู้เชี่ยวชาญด้าน Security และ Compliance
  • Data Engineer ที่สร้าง Pipeline ไม่ใช่แค่สไลด์
  • Platform Engineer ที่ช่วยลด Cloud Cost
  • Engineer ที่แก้ปัญหา Production ได้ภายใต้แรงกดดัน

นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนกระแส แต่มันคือ การตรวจสอบคุณค่าที่แท้จริง บริษัทไม่ได้ถามว่า “ใครทำงานหนัก?” แต่ถามว่า “ใครทำให้ระบบยังเดินต่อได้?” คำถามต่างกัน คำตอบก็โหดกว่ามาก

Skill #1: Systems Thinking (การคิดเชิงระบบ แบบที่ปวดหัว)

จากการเห็นองค์กรเดียวกันโดน Layoff ถึง 3 รอบ ความจริงที่ไม่สบายใจคือ คนที่รอด ไม่ใช่คนเขียน Code เก่งที่สุด แต่คือคนที่เข้าใจว่า “ระบบพังได้ยังไง”

พวกเขารู้ว่า

  • Latency แทรกเข้ามาตรงไหน
  • ทำไม Retry แค่ครั้งเดียวถึงทำ Queue ล่ม
  • Service ไหนดูเหมือนถูก แต่แพงมหาศาลเมื่อ Scale

พวกเขาสามารถไล่ Request จาก
Browser API Queue Database Cache กลับมาใหม่
ได้โดยไม่ต้องเปิด Diagram

นี่คือ Systems Thinking และมันแทบไม่ถูกสอนอย่างจริงจัง ถ้าคุณเข้าใจแค่ว่า “Service ของฉันทำงานได้” คุณอาจจะถูกแทนที่ได้ แต่ถ้าคุณรู้ว่า “ทำไมทั้งระบบถึงทำงานได้” คุณแทบจะถูกแทนที่ไม่ได้

วิธีสร้างทักษะนี้ ในเวลาที่จำกัด

  • อ่าน Postmortem จริง (Netflix, Stripe, Cloudflare)
  • ทำ Side Project แล้วจงใจทำให้มันพัง จากนั้นแก้ไข
  • อ่าน Log ให้เป็น “เรื่องราว” ไม่ใช่แค่ Noise

ซึ่งการอ่าน อาจจะดูไม่เท่ แต่โดน Layoff ยากมาก

Skill #2: รับผิดชอบ Production ไม่ใช่แค่ Push Code

Engineer จำนวนมากไม่เคย On-call หรือ On-call แต่ไม่เคยแก้ที่ต้นเหตุ ในปี 2025 ช่องว่างนี้คือจุดตาย

บริษัทไม่อยากจ่ายเงินให้คนที่ “โยนปัญหา” ต่อไป

Engineer ที่ปลอดภัยที่สุดคือคนที่

  • รับ Alert
  • ตอบสนองอย่างนิ่ง
  • แก้ปัญหา
  • เขียน Postmortem
  • ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

นี่ไม่ใช่ Hero Culture แต่มันคือ Ownership หลายทีมยอมเสีย Developer ไป 5 คน แต่เก็บคนที่รู้ Production ดีที่สุดไว้ เพราะ Downtime แพงมาก

สิ่งที่ควรทำ

  • เรียนรู้ Observability (Metrics, Logs, Traces)
  • คุ้นเคยกับ Dashboard ที่ไม่สวย
  • ฝึกเขียน Incident Report แม้เป็น Bug เล็ก ๆ

ไม่จำเป็นต้องชอบ แต่ต้องทำได้

Skill #3: Data Engineering สำคัญกว่า Data “Analysis”

Data Analyst โดนหนัก แต่ Data Engineer รอด เพราะ กราฟไม่ทำเงิน แต่ Pipeline ทำ บริษัทต้องการ Data แต่ไม่ต้องการคนที่แค่ Export CSV และเขียน SQL ที่พังเมื่อ Schema เปลี่ยน

สิ่งที่ตลาดต้องการ

  • ETL / ELT Pipeline
  • Streaming Data
  • Data Quality Checks
  • การออกแบบ Storage ที่คุมต้นทุน

ถ้าคุณมีค่าแค่ Dashboard คุณเสี่ยง ถ้าคุณดูแลท่อข้อมูลได้ คุณปลอดภัย ความลับของหลายองค์กรคือ พวกเขาไม่เชื่อข้อมูลของตัวเอง ใครแก้จุดนี้ได้ = เกราะป้องกันอาชีพ

Skill #4: การควบคุม Cloud Cost (Superpower ที่ไม่เซ็กซี่)

ไม่มีใครอวดว่าประหยัด AWS ได้ 200,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ แต่ผู้บริหารเห็นชัดมาก ช่วง Layoff ค่า Cloud ไม่ได้ลดเอง ต้องมีคนทำให้มันลด

Engineer ทำได้ เช่น

  • Right-size Instance
  • ลบ Resource ที่ไม่ได้ใช้
  • Optimize Query
  • ลด Data Egress

กลายเป็นคนที่แตะต้องไม่ได้ บางคนช่วยประหยัดเงินจนเท่ากับเงินเดือนทั้งทีม คุณอาจไม่เห็น Skill นี้ใน Job Board แต่คุณจะเห็นมันในรางวัลเงียบ ๆ

Skill #5: ความรู้ด้าน Security (มากกว่าแค่ Best Practice)

Security ไม่ใช่ตัวเลือกอีกต่อไป
แต่มันคือ “ความอยู่รอด”

กฎระเบียบเข้มขึ้น
เหตุ Breach ดังขึ้น
ค่าปรับแพงขึ้น

คนที่รอดไม่จำเป็นต้องเป็น Security Specialist
แต่ต้อง Security-aware

เข้าใจเรื่อง

  • Auth Flow
  • อายุ Token
  • Least Privilege
  • ทำไม “เปิดให้ใช้ภายใน” ถึงไม่ปลอดภัยจริง

ไม่ต้องเป็น Pentester แต่ต้องหยุดส่งของที่มีรูโหว่ชัดเจน แค่นี้ก็แซงตลาดไปเยอะแล้ว

Skill #6: ใช้ AI เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่ตัวตน

“Prompt Engineer” ไม่เคยเป็นอาชีพ
มันคือช่วงเวลา

คนที่รอดจาก AI ไม่ได้สร้างแบรนด์รอบมัน
แต่ใช้มันเงียบ ๆ เพื่อ

  • Debug เร็วขึ้น
  • สร้าง Test Case
  • หา Edge Case

พวกเขาไม่พูดว่า “ฉันทำ AI” แต่พูดว่า “ฉันทำงานได้เร็วขึ้นด้วยมัน” ต่างกันมาก ถ้าคุณค่าของคุณหายไปเมื่อเครื่องมือเก่งขึ้น แปลว่ามันไม่เคยเป็นคุณค่า

Skill #7: คิดชัดเจนภายใต้แรงกดดัน

ทักษะนี้ไม่อยู่ในเรซูเม่
แต่มาโผล่ตอน Production พังตอนบ่ายสอง

คนที่

  • ถามคำถามถูก
  • ตัดเสียงรบกวน
  • เลือกทางที่แย่น้อยที่สุด
  • สื่อสารชัดเจน

จะกลายเป็น “เสาหลัก” ช่วง Layoff เสาหลักอยู่ต่อ คุณแกล้งมั่นใจได้ แต่คุณแกล้งนิ่งไม่ได้ และข่าวดีคือ ทักษะนี้ฝึกได้ ด้วยการอยู่กับความอึดอัดและไม่หนีมัน

ความเชื่อผิดที่ยังหลงเหลือ

Developer เก่ง ๆ หลายคนยังคิดว่า “ถ้าเรียนเทคโนโลยีเพิ่ม ฉันจะปลอดภัย” ฟังดูดี แต่ไม่จริง สิ่งที่สำคัญไม่ใช่จำนวนเครื่องมือที่คุณรู้ แต่คือ ทักษะของคุณช่วยลดความเสี่ยง ลดต้นทุน หรือความวุ่นวายได้ไหม ถ้าไม่ คุณอยู่ผิดฝั่งของ Spreadsheet แล้ว

แล้วคนเพิ่งเริ่มต้นล่ะ?

คุณไม่ถึงกับสิ้นหวัง แต่ต้องเลิกโฟกัสแค่ Tutorial แล้วหันมาโฟกัส “ความรับผิดชอบ” คุณไม่ต้องรอใครอนุญาตเพื่อ

  • เรียนรู้ว่าระบบพังยังไง
  • เข้าใจ Infrastructure
  • ใส่ใจเรื่อง Reliability

สิ่งเหล่านี้ทบต้นเร็วมาก ปริญญายังสำคัญไหม? สำคัญน้อยกว่าหลักฐานเสมอ

Frontend ตายไหม? ไม่
Frontend ตื้น ๆ ต่างหากที่ตาย

Frontend Engineer ที่เข้าใจ Performance, Accessibility และรู้ว่าการตัดสินใจหน้าบ้านกระทบต้นทุนหลังบ้านอย่างไร ยังอยู่ได้ดีมาก

ปี 2025 ไม่ได้ฆ่างาน Tech

มันฆ่าบทบาทที่อธิบายคุณค่าของตัวเองไม่ได้ ถ้ามันฟังดูโหด ถือว่าดีแล้ว ความจริงโหดกว่านั้น แต่ข่าวดีคือ นี่คือ แผนที่ทักษะที่ชัดที่สุดเท่าที่เราเคยมี

คุณไม่ต้องเดา ไม่ต้องวิ่งตามเทรนด์ คุณแค่ต้อง “มีประโยชน์ในแบบที่รอดจากความตื่นตระหนกได้” ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคิดว่า “โอเค… ฉันรู้แล้วว่าต้องแก้อะไร” นั่นไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือ ความชัดเจน และความชัดเจน หาได้ยากมาก ใช้มันให้คุ้ม

และทั้งหมดนี้ก็คือ ทักษะ Developer ที่ได้ไปต่อ ในปี 2026

เมื่อ หางาน IT ให้ ISM Technology Recruitment เป็นอีกหนึ่งตัวช่วย เพื่อให้คุณได้ “ชีวิตการทำงานในแบบที่คุณต้องการ” เพียงส่ง Resume มาที่นี่

ISM เชี่ยวชาญในธุรกิจ IT Recruitment & IT Outsourcing โดยเฉพาะ ได้เปิดทำการมาแล้วกว่า 30 ปี มีพนักงานทุกสายและทุกระดับทางด้าน IT ที่ได้ร่วมงานกับลูกค้าองค์กรใหญ่ที่มีชื่อเสียงและบริษัทข้ามชาติมากมาย

Source: https://medium.com/write-a-catalyst/

บทความที่ใกล้เคียง

คำแนะนำอาชีพ Developer ที่ไม่มีในตำรา แต่ใช้ได้จริง

เคล็ดลับเติบโตในสาย Developer แบบที่ไม่ได้สอนใน LinkedIn ตั้งแต่การเป็นคนที่ทำงานด้วยแล้วสบายใจ ไปจนถึงทักษะสัมภาษณ์ที่สามารถเพิ่มรายได้หลายเท่า