#1 tech recruiter in thailand

วิธีทำงานยากให้สำเร็จ แม้ในวันที่หมดไฟ (ฉบับคนไอที)

See the original English version of this article here

How To Do Hard Things With Zero Motivation

หมดไฟแต่โปรเจกต์ต้องเดินต่อ? ค้นพบ 5 กลยุทธ์สร้างความสม่ำเสมอและจัดการงานยากสำหรับคนไอที เลิกใช้ทริกหลอกสมอง แล้วมาลุยด้วยวิธีที่ยั่งยืนและเห็นผลจริง!

หนึ่งในข้อผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุด หากคุณต้องการสร้างความสม่ำเสมอในการทำงาน คือการพยายาม “Hack” หรือหลอกสมองตัวเอง

เราน่าจะเคยเห็นคำแนะนำแนว ๆ นี้กันมาบ้าง:

  • “ทำแค่ 2 นาทีก็พอ”
  • “ทำเสร็จแล้วก็ให้รางวัลตัวเองสิ”

ตอนที่ชีวิตการทำงานของคุณ Darius Foroux ติดหล่ม เขาก็เคยตกหลุมพรางวิธีพวกนี้เหมือนกัน เมื่อสิบกว่าปีก่อน เขาเคยดูคลิป YouTube แนว “เทคนิคทางลัดที่พิสูจน์แล้ว” และได้ลองทำตาม ซึ่งมันก็เวิร์ก… แต่แค่ไม่กี่วันเท่านั้น พอหมดความตื่นเต้น เขาก็วนลูปกลับไปใช้ชีวิตใน Routine เดิม ๆ

 Tricks การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

แล้วอะไรล่ะที่เวิร์กจริงสำหรับคนที่ต้องใช้สมาธิและพลังสมองหนัก ๆ? นี่คือ 5 กลยุทธ์ที่จะช่วยคุณได้

1. มองภาพใหญ่ (Focus on the Bigger Picture)

ทริกหรือเทคนิคต่าง ๆ มักโฟกัสที่ “ทำอย่างไร” แต่ความมีวินัย เรียกร้องหา “ทำไปทำไม”

ถ้าเหตุผลในการทำงานของคุณมันเล็กเกินไป สมองจะหาข้ออ้างมาล้มเลิกได้ง่ายมาก คนส่วนใหญ่ไปไม่ถึงเป้าหมายเพราะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังสู้ไปเพื่ออะไร พวกเขาแค่ทำเพราะ “ควรทำ” ไม่ใช่เพราะ “ต้องทำ”

Action Plan: ติดตั้ง Visual Cues (เครื่องเตือนใจทางสายตา) ที่สื่อถึงเป้าหมายใหญ่สุดไว้รอบ ๆ ตัว หรือตั้งเป็นภาพ Lock Screen มือถือ / จอมอนิเตอร์ เมื่อคุณเห็นภาพเป้าหมายชัดเจน คุณจะหยุดการต่อรองกับตัวเองตั้งแต่ยังไม่เริ่ม แต่ถ้าวิธีนี้ยังไม่ได้ผล แสดงว่าเหตุผลของคุณอาจยังไม่สำคัญพอ ลองขุดให้ลึกกว่าเดิมเพื่อหาแรงขับเคลื่อนที่แท้จริง

 2. ชะลอจังหวะชีวิตในตอนเช้า (Slow Down Your Mornings)

ถ้าสิ่งแรกที่คุณทำตอนตื่นนอนคือการหยิบมือถือมาเช็ก Notification แปลว่าคุณได้ส่งมอบกุญแจควบคุมสมองให้แอปพลิเคชันและคนอื่น ๆ ไปเรียบร้อยแล้ว

เมื่อสมองถูกกระตุ้นให้วิ่งวุ่นตั้งแต่ลืมตา มันง่ายมากที่ “ความคิดขี้เกียจ” จะเข้ามาหาคุณในระหว่างวัน

Action Plan: ใช้เวลาช่วงเช้าแบบ “ออฟไลน์” ลองอ่านหนังสือหรือจดบันทึก การชะลอจังหวะไม่ได้แปลว่าต้องทำตัวชิลล์แบบวิถี Zen แต่มันคือการสร้าง Buffer (พื้นที่ว่างป้องกันการกระแทก) ให้กับจิตใจ เมื่อคุณเริ่มต้นวันด้วยความสงบและมีสติ คุณจะสร้างความนิ่งในจิตใจได้ ต่อมาเมื่อเจองานยาก ๆ (เช่น บั๊กที่แก้ไม่ตก หรือโปรเจกต์สเกลใหญ่) คุณจะดึงความนิ่งนี้มาใช้ แทนที่จะรีบตอบสนองต่อแรงกระตุ้นที่อยากจะยอมแพ้

 3. ปรับ Mindset แบบ “ช่างมัน” (Adopt a “Screw It” Mindset)

คนส่วนใหญ่พลาดเพราะจริงจังกับความรู้สึกตัวเองมากเกินไป พวกเขาคิดว่าถ้ารู้สึกเหนื่อย แปลว่าร่างกายต้องเหนื่อยจริง ๆ หยุดคิดมากเกินไป กับทุกความคิดและอารมณ์ของตัวเองได้แล้ว

ไม่เป็นไรหรอก คุณเป็นมนุษย์ อารมณ์มันสวิงกันได้เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าคุณอยากปั่นงานให้เสร็จ คุณต้องเรียนรู้ที่จะ “เมินเฉย” ต่อเสียงบ่นในหัวตัวเองบ้าง

Action Plan: ฝึกปลีกตัวออกจากอารมณ์ เมื่อสมองเริ่มงอแง ให้บอกตัวเองว่า “ช่างมันเถอะ” แล้วลงมือทำ Task นั้นต่อไป นี่คือการตัดวงจรระหว่าง “ความคิด” และ “การกระทำ” เมื่อคุณตระหนักได้ว่า ร่างกายยังขยับไปพิมพ์โค้ดหรือทำงานต่อได้ แม้สมองจะกำลังโวยวาย คุณจะเริ่มกลายเป็นคนที่มีความสม่ำเสมอขั้นสุด

 4. ให้ความสำคัญกับร่างกายขั้นสุด (Take Your Body Seriously)

นี่คือความย้อนแย้งที่น่าสนใจ: คุณควรปลีกวิเวกจากอารมณ์ของสมอง แต่ต้อง “หมกมุ่น” กับเรื่องสุขภาพร่างกาย หลายคนในสายไอทีคิดว่าตัวเองมีปัญหาเรื่อง “หมดไฟ” แต่ที่จริงพวกเขามีปัญหาเรื่อง “หมดพลังงาน” ต่างหาก คุณไม่สามารถสั่งปิดเสียงสมองที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือ เพราะการอดนอน หรือกินแต่ Junk food หน้าคอมพิวเตอร์ได้หรอก

Action Plan: ให้ความสำคัญกับการนอนหลับ การออกกำลังกาย และอาหารการกิน แบบห้ามต่อรองเด็ดขาด จำไว้ว่า ถ้าคุณอดนอน สมองส่วน Prefrontal Cortex (ที่ทำหน้าที่จัดการเรื่องระเบียบวินัย การตัดสินใจ และ Logic) จะ Shut down โดยอัตโนมัติ แค่แก้ปัญหาระดับชีววิทยาให้ได้ งานที่ว่า “ยาก” ก็จะกลายเป็นเรื่องเบาหวิว

 5. ตัดขาดโรคติดโซเชียลมีเดีย (Remove the Social Media Disease)

คุณไม่มีทางมีสมองที่สงบและมีโฟกัสได้ หากยังป้อน “โดพามีน (Dopamine)” ให้มันทั้งวัน

ถ้าคุณรอคิวซื้อกาแฟแค่ 2 นาทีโดยไม่หยิบมือถือขึ้นมาเช็กไม่ได้ คุณก็ไม่มีทางนั่งทำ Deep Work เพื่อโฟกัสกับงานยาก ๆ ลากยาว 2 ชั่วโมงได้เลย

Action Plan: เลิกพกมือถือติดตัวตลอดเวลา เอาไปวางไว้ห้องอื่นตอนที่คุณต้องทำงาน ทุกครั้งที่คุณไถฟีดหน้าจอ คุณกำลังเทรนสมองให้คาดหวัง “รางวัล” โดยไม่ต้องลงแรง พูดง่าย ๆ คือ คุณกำลังฝึกฝนให้ตัวเองเป็นคนเสียสมาธิอยู่ตลอดเวลา

บทสรุป: การทำงานยาก ๆ ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน

มันแค่ต้องอาศัยการทนอยู่กับ “ความรู้สึกอึดอัด” ให้ได้โดยไม่หนีไปไหน ของดีในชีวิตไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ คุณต้องลงแรงแลกมันมา ไม่มีทริก ไม่มีทางลัดทางเทคนิคใด ๆ ทั้งนั้น มีแค่ “การลงมือทำ” มาลุยกันเลย!

และทั้งหมดนี้ก็คือ วิธีทำงานยากให้สำเร็จ แม้ในวันที่หมดไฟ (ฉบับคนไอที)

เมื่อ หางาน IT ให้ ISM Technology Recruitment เป็นอีกหนึ่งตัวช่วย เพื่อให้คุณได้ “ชีวิตการทำงานในแบบที่คุณต้องการ” เพียงส่ง Resume มาที่นี่

ISM เชี่ยวชาญในธุรกิจ IT Recruitment & IT Outsourcing โดยเฉพาะ ได้เปิดทำการมาแล้วกว่า 30 ปี มีพนักงานทุกสายและทุกระดับทางด้าน IT ที่ได้ร่วมงานกับลูกค้าองค์กรใหญ่ที่มีชื่อเสียงและบริษัทข้ามชาติมากมาย

Source: https://dariusforoux.medium.com/

Related Articles