ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ ของคนวัย 56 ที่เพิ่งฝึก CODING

ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ ของคนวัย 56 ที่เพิ่งฝึก CODING

HOME › ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ ของคนวัย 5...

บทความนี้เป็นเรื่องของคุณ VM Vaughn ซึ่งถือเป็นอีกคนหนึ่งที่น่าชื่นชมอย่างมาก เพราะ ตัวเขาเองเพิ่งจะมาศึกษาเรียนรู้เรื่องการเขียน Code เอาเมื่อตอนอายุ 56 ปีแล้ว แถมรูปแบบการนำเสนอของบทความก็น่าสนใจตรงที่ เหมือนเขากำลังถามและสนทนาอยู่กับความคิดตัวเอง เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เราลองมาอ่านกันเลยครับ

ผมมีอายุ 56 ปีและกำลังเรียนรู้เรื่องการ Coding อยู่ ถามว่าทำไมน่ะเหรอก็เพราะผมรักมันและก็ทำมันได้ดีซะด้วยน่ะสิ แต่ไม่ได้หมายความว่า มันง่ายหรอกนะ แต่ผมว่ามันก็ OK นะ

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดคือ ผมไม่เคยคิดว่าจะทำมันเป็นงานอดิเรกเลย และผมก็ไม่ชอบทำอะไรแบบเล่นๆ ขำๆ ฟรีๆ ซะด้วยสิ ผมจึงคิดว่า นี่ไงการเขียน Code นี่สิ ที่จะทำให้ได้เงินด้วย แล้วปัญหาคืออะไรล่ะ? ก่อนที่ผมจะตัดสินใจมาศึกษาการเขียน Code อย่างจิงจังเอาตอนอายุ 56 ผมก็ต้องต่อสู้กับความคิดตัวเอง (ผมขอเรียกมันว่า Critical Inner Self หรือ CIS) อยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันยากมากกว่าจะชนะใจตัวเองได้ และถ้าผมเคยชนะได้ ผมก็น่าจะช่วยคนอื่นๆ ที่เกิดความรู้สึกแบบนี้ได้เช่นเดียวกัน และเวลาจะคิดหรือทำอะไร ก็มักจะมีความคิดอีกด้าน โผล่มาถามคำถามเราเองอยู่เสมอๆ

CIS: ทำไมเพิ่งจะมาทำเอาตอนอายุปูนนี้?

ผม: ถ้าคำถามนี้หมายถึง ผมจะมีชีวิตได้นานแค่ไหน หรือผมจะเหลือเวลาในการหาเงินจากการเขียนโปรแกรมได้อีกนานเท่าไรละก็ ลองดูสิ่งที่ผมคิดนะ ผมเป็นคนคนอเมริกันที่มีอายุขัย 78.8 ปี นั่นหมายถึงผมมีโอกาสที่ดีในการใช้ชีวิตต่ออีกตั้ง 22.8 ปี แต่แน่นอนว่าความรู้สึกคงไม่เหมือนกับคนอายุ 20 หรอก สมมติผมใช้เวลาศึกษาที่ FreeCodeCamp 4 ปีกว่าจะจบ นั่นหมายถึงตอนนั้นผมอายุ 60 ปีแล้ว และหากผมต้องใช้เวลา 2 ปีในการหางานเป็น Junior Developer และบริษัทให้ผมทำงานถึงแค่ตอนอายุ 70 ปีเท่านั้น หมายความว่า ผมมีเวลาอีกตั้ง 8 ปีในการฝึกฝนฝีมือ และคิดว่าผมน่าจะอยู่ทำงานกับบริษัทที่จ้างผมตลอดไป แต่คุณคิดว่า จะมีเด็กอายุ 20 คนไหน ที่เริ่มงานแรกแล้วจะอยู่ทำงานกับคุณไปตลอดล่ะ จริงไหม?

CIS: แล้วจะมีใครยอมจ่ายให้คุณด้วยรูปแบบนี้?

ผม: ที่จริงแล้วผมว่าคุณก็คงรู้อยู่ มีโอกาสที่รายได้จาก Developer ระดับ Entry level จะน้อยกว่าเงินที่ผมหาได้ในตอนนี้ ลองคิดตามผมนะ แม้เงินเดือนผมในตอนนี้ อาจน้อยกว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่ประสบการณ์ผมก็มากกว่าปีที่แล้ว คุณเห็นประเด็นนี้แล้วใช่ไหม ที่จริงไม่มีอะไรการันตีว่าผมจะมีงานทำไปตลอด และหากเป็นเช่นนั้นผมก็ต้องหางานใหม่อยู่ดี และด้วยอายุขนาดนี้ ผมก็คงจำต้องยอมรับค่าจ้างที่พอๆ กับเด็กจบใหม่อยู่ดี ดังนั้น ผมควรต้องมีทักษะและ Portfolio เพื่อที่จะได้งานระดับ Entry level ที่นำไปสู่รายได้ที่มากขึ้น หรืออย่างน้อยก็ยังสามารไปรับงาน Freelance ได้

CIS: แต่ Tech company ก็มักจะต้องการจ้างเด็กที่เพิ้งจบใหม่นะ

ผม: มันง่ายมากเลย ผมไม่ต้องการย้ายไปที่ Silicon Valley และไม่ได้อยากทำงานใน Tech company ใหญ่ๆ หรอก คุณก็คงพอจะรู้ข้อมูลคาดการณ์มาแล้วว่า ในปี 2020 จะมีงานด้าน Programming เป็นล้านๆ ตำแหน่งซึ่งมากกว่าคนที่จะทำงานจริง และงานพวกนั้นก็ไม่ได้อยู่แต่ในบริษัท Top 4 อย่าง Google, Facebook, Amazon หรือ Microsoft สักหน่อย ความจริงคือ งานด้าน Programming ส่วนใหญ่ ไม่ได้อยู่ใน Technology industry ผมได้งานด้านคอมพิวเตอร์งานแรกที่โรงพยาบาล ผมไม่ได้ทำในส่วนการเขียนโปรแกรม แต่คนส่วนใหญ่ในแผนกไอที คือ Programmer ซึ่งนั่นเป็นช่วงตั้งแต่ปี 1982 แล้ว

CIS: แล้วคุณจะหางานทำได้อย่างไรล่ะ?

ผม: ก่อนอื่น ผมต้องสมัครงานให้เยอะๆ ทำความรู้จักกับ Recruiter หรือฝ่าย HR ไว้ให้มากๆ เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับการสัมภาษณ์ให้มากที่สุด หากผมได้สัมภาษณ์งาน ผมจะไม่ทำตัวเหมือนคุณตาแก่ๆ แต่จะเป็นผู้สมัครที่มีความหลงใหลในการเขียนโปรแกรมและชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และไม่ทำตัวเป็นคนประเภทน้ำเต็มแก้ว ผมแน่ใจว่าอาจจะสัมภาษณ์ไปผ่านไปบ้างแต่ข่าวดีก็คือ ยังมีงาน Developer อีกเยอะ และผมจะพยายามให้มากๆ

CIS: หากในทีมมีแต่คนอายุน้อยๆ แล้วคุณคิดว่าจะอยู่ในทีมนั้นได้ไหม?

ผม: หากคำว่าเหมาะสมในที่นี้คือ ทำตัวเหมือนเป็นพี่ใหญ่ในทีมล่ะก็ ถูกต้องเลย! ผมคงไม่เหมาะแน่นอน ซึ่งงานที่ทำในตอนนี้ ผมรู้ว่า จะมีบางคนในที่ทำงาน ที่สามารถสอนบางสิ่งให้ผมได้ ผมจึงตั้งใจฟังให้มากๆ นี่คือที่ทำให้ผมคิดว่า ผมเหมาะสมกับงานทุกงานที่เคยทำมากว่า 36 ปีแล้ว

CIS: ในเมื่องานที่คุณทำอยู่มันดีอยู่แล้ว แล้วทำไมไม่ยอมรับมันล่ะ แถมอายุขนาดนี้แล้วด้วย?

ผม: ยอมรับเหรอ? สายไปแล้วล่ะ เพราะผมมีมุมมองใหม่แล้ว ผมเรียนรู้ที่จะสร้างพลังให้ตัวเอง การที่ต้องทำงานเพื่อสร้างอาชีพที่ 2 มันกระตุ้นให้ผมทำให้ดีมากยิ่งขึ้น  

CIS: คุณรู้ได้อย่างไร ว่าคุณจะไม่เสียเวลา?

ผม: ถ้าสิ่งที่คุณถามคือ “มันจะเป็นยังไง ถ้าคุณไม่ได้เงินเดือน หลังจากนี้” คำตอบผมคือ แล้วไงเหรอ? ผมสามารถได้รับสิ่งที่ดีพอ ในเวลาเพียงพอ ที่จะวางแผนให้ดี :

  • เพื่อสร้าง Web App. เพื่อเพิ่มผู้ใช้งาน แล้วมอบประโยชน์ที่มากขึ้นจากบริการ(ที่เรียกเก็บเงิน)
  • เพื่อขยายธุรกิจบน Web ที่ช่วยให้ธุรกิจในท้องถิ่นเติบโตและรักษาลูกค้าของตัวเอง
  • เพื่อผสมผสานความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมของผมกับ SaaS APIs ที่มีอยู่เพื่อนำเสนอบริการที่ได้รับการคิดค้นขึ้นมาสู่ Niche community

หรือพูดได้อีกอย่างหนึ่ง คือ ผมสามารถเรียนรู้วิธีสร้างไอเดีย ที่จะทำมันออกมาให้ผู้คนได้ใช้ มอบประโยชน์ และเพื่อสร้างรายได้

ดังนั้น เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมคนอายุ 56 ปี อย่างผมถึงกำลังเรียนรู้เรื่องการ Coding

Source: https://medium.freecodecamp.org/


ISM Technology Recruitment Ltd. (#1 Tech Recruiter in Thailand) บริษัทเราเชี่ยวชาญในธุรกิจ IT Recruitment & IT Outsourcing โดยเฉพาะ เปิดทำการกว่า 25 ปี มีพนักงานทุกสายและทุกระดับทางด้าน IT ที่ได้ร่วมงานกับลูกค้าองค์กรใหญ่ที่มีชื่อเสียงและบริษัทข้ามชาติมากมาย หากคุณเป็นคน IT ที่อยากทำงานที่ท้าทายและร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ฝากประวัติการทำงาน (Resume) ของคุณไว้กับ ISM ได้ที่ https://www.ismtech.net/submit-your-resume แล้วคุณจะพบว่าอนาคตและโอกาสก้าวหน้ามากมายกำลังรอคุณอยู่