3 Niche Trends ในแวดวง Software Engineering ปี 2020

3 Niche Trends ในแวดวง Software Engineering ปี 2020

HOME › 3 Niche Trends ในแวดวง Softw...

Software Engineering ถือเป็น Field หนึ่งที่ค่อนข้างกว้างมาก มันมีนับร้อย Frameworks ที่คุณสามารถใช้เวลาเรียนรู้ได้อย่างนับไม่ถ้วน จึงไม่น่าแปลกใจว่า การเลือกสิ่งที่จะ Focus จึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักโดยเฉพาะคนที่เพิ่งเข้ามาในแวดวงนี้ โดยในบทความนี้คุณ Omar Rabbolini จะมาให้มุมมองเกี่ยวกับ 3 Niche Trends ในแวดวง Software Engineering ปี 2020 เรามาติดตามกันว่ามีอะไรบ้าง
1. Voice assistants
ปัจจุบันเรามักจะพบ Voice Assistants อยู่แทบทุกที่ ไม่ว่าจะเป็น Google Assistant, Siri และ Alexa ได้กลายเป็นอุปกรณ์ที่มีใช้ในครัวเรือนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการเพิ่มขึ้นของ Smartphone และอุปกรณ์ที่ใช้ในบ้านอื่น ๆ ทั้งที่มีหรือไม่มีหน้าจอ และพวกมันก็ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
การที่คุณได้ทำงานใน Field ที่ค่อนข้างกว้างเหล่านี้ เริ่มตั้งแต่การปรับปรุง Assistant Technology จริง ๆ ไปจนถึงการ Integrate Services ที่มีอยู่และการพัฒนา Assistant Skills ใหม่ ๆ จะช่วยให้คุณมีทางเลือกที่หลากหลายขึ้นอยู่กับความชอบและความสามารถของคุณเอง
ความก้าวหน้าใน Technology ที่อยู่เบื้องหลัง Assistants เหล่านี้ ถูกขับเคลื่อนด้วย Artificial Intelligence และ Deep Learning ซึ่งครอบคลุมด้านต่าง ๆ เช่น Text-to-Speech, Speech-To-Text และ Sentence Analysis & Recognition หากคุณตัดสินใจที่จะทำงานในเส้นทางนี้ คุณอาจต้องเริ่มทำความคุ้นเคยกับ Recurrent Neural Networks และการพัฒนาล่าสุดใน Field นี้ก่อนที่จะสมัครงานกับหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของ Field นี้ (Amazon, Google, Apple, Baidu, Microsoft และอื่น ๆ) หรือไม่คุณก็สามารถทดลองใช้งาน Open Source อย่าง Mycroft.AI
นอกเหนือจากการพัฒนา Core Assistant แล้ว ยังมีโอกาสอีกมากในการ Integrate เอา 3rd Party Services รวมเข้ากับ Assistant เหล่านี้ SDK สำหรับ Google Assistant, Siri และ Alexa นั้นมีพร้อมให้ใช้งานและมี Document เป็นอย่างดีแล้ว ซึ่งการ Operation ของพวกมันก็ไม่ได้แตกต่างจากการใช้ SDK/API อื่น ๆ อีกทั้งความคุ้นเคยกับ Concept ของ Voice Interaction จะยังช่วยให้คุณได้เปรียบกว่าคนอื่น ๆ หากคุณมองหางานใน Field นี้
2. Passwordless Authentication
Password เป็นสิ่งที่ดูจะเริ่มล้าสมัยไปเสียแล้ว มันเป็นจุดอ่อนใน Authentication Strategy ใด ๆ และสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดของ Login Workflow สำหรับ End User แล้วมีใครล้างล่ะที่อยากจะจำ List ของ Password/Credentials ที่มีอยู่มากมายสำหรับใช้งานบนโลก online ของพวกเขา แม้ Password Managers จะสามารถช่วยได้ แต่พวกมันก็ยังมีความเสี่ยงอีกอยู่ดี
ข่าวดีก็คือ Password สามารถถูกแทนที่ด้วยวิธีการรับรองความถูกต้องซึ่งยากต่อการถอดรหัส เช่น การตรวจสอบความถูกต้องทางชีวภาพ (Biometrics Validation) ซึ่งสามารถทำได้โดยตรงบน Smartphone ของ End User  สิ่งเหล่านี้ประกอบไปด้วยการจดจำ ลายนิ้วมือ, ใบหน้า และม่านตา โดยอาจใช้เพียงอย่างเดียวหรือใช้ร่วมกับ Passphrase ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อยืนยันตัวตนของ User
ในขณะที่มีการใช้งาน Password น้อยลง แต่มันก็เป็นโอกาสสำหรับ Engineer ที่จะเพิ่มความชำนาญในด้านการตรวจสอบความถูกต้องของ Biometrics หรือการ Implementation/Integration ของวิธีการรับรองความถูกต้อง (Authentication Method) นี้เข้ากับ 3rd Party Services
แน่นอนว่าตัวเลือกของคุณ ย่อมแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการที่จะอยู่ในการ Authentication ฝั่งของผู้ผลิตหรือผู้บริโภค ก่อนหน้านี้ที่เราได้เห็นจาก Voice Assistants ที่ส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับ AI/Deep Learning ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็ครอบคลุมทั้ง Recurrent และ Convolutional Neural Networks โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการจดจำใบหน้าและลายนิ้วมือก็มีส่วนเกี่ยวข้องในทั้ง 2 กรณีและมีการทุ่มเทการวิจัยอย่างมากใน Field นี้
ในแง่ของนายจ้างที่มีศักยภาพใน Biometrics Field นั้น มีทางเลือกที่ค่อนข้างกว้าง จาก Google และ Apple ที่มี Smartphone-based Solutions ไปจนถึง Crossmatch และ Identity Automation สำหรับตลาดเฉพาะทาง อย่าง ทางการแพทย์และการบังคับใช้กฎหมาย
ในฝั่งของผู้บริโภค คุณสามารถเริ่มต้นได้จาก SDK Documentation จากทั้ง Apple และ Google บน Biometrics สำหรับ iOS และ Android
3. Static Website Generation
การสร้างและจัดการกับ Website ที่เต็มไปด้วย Content นั้นยังคงเป็นที่ต้องการสูง เนื่องจากมีบริษัทจำนวนมากที่ใช้ Content ในการทำการตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าที่พวกเขาต้องการ
หากจะว่าไปแล้ว Wordpress ถือเป็น Platform ที่เหมาะสำหรับการสร้าง Sites ประเภทนี้และมันก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม Wordpress ก็เป็นระบบ CMS ที่มีความซับซ้อนซึ่งขับเคลื่อนโดย PHP อีกทั้งยังต้องการการ Maintenance และการ Update อย่างต่อเนื่องเพื่อจัดการกับ Security Threats ที่อาจเกิดขึ้น
แต่ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจ ซึ่งก็คือ การสร้าง Static Websites โดยสิ่งเหล่านี้มีความได้เปรียบในเรื่องการทำงานที่รวดเร็วและสามารถ Scalable ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถทำผ่าน CDN และช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเนื่องจากมันไม่ต้องการ PHP หรือเรียกใช้ Code ฝั่ง Server อื่น ๆ ที่นอกเหนือจาก Web Server ของมันเอง
เครื่องมือยอดนิยมในการสร้าง Website ประเภทนี้ ได้แก่ NextJS, GatsbyJS และ Hugo ในขณะที่สองตัวแรกนั้นใช้ React ซึ่งเป็น Web Development Framework ยอดนิยมของ Facebook ส่วน Hugo นั้นใช้ภาษา Go โดย Google
Framework นั้นค่อนข้างที่จะสามารถเรียนรู้ได้อย่างไม่ยากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีความรู้พื้นฐานของ Technology พื้นฐาน (JavaScript/React หรือ Go) และสามารถใช้ร่วมกับ Frontend Frameworks อย่าง Bootstrap และ Typography.JS
สิ่งที่คุณ Omer ชอบมากก็คือ GatsbyJS ซึ่งต้องขอบคุณ React, GraphQL Data Querying และ Plugins ที่มีอยู่มากมายรวมถึงยังช่วยให้คุณใช้ Markdown Documents เป็น Source ของ Data สำหรับ Web Pages ของคุณ
คุณ Omar คิดว่า GatsbyJS เป็นเริ่มต้นที่ดีสำหรับ React และ GraphQL สำหรับคนที่มีพื้นฐานการพัฒนา Front end web มาบ้างแล้ว จะทำให้มันเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับ Engineer ที่ต้องการ Upgrade ทักษะของพวกเขา หรืออาจข้ามไปสู่การการพัฒนา App ที่มีความซับซ้อน
สรุป
ไม่ว่าคุณจะเลือกเรียนรู้เรื่องใดจากบทความนี้หรือเรียนรู้สิ่งอื่นกก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือ คุณควรรู้สึกสนุกในสิ่งที่คุณกำลังทำ ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการชำนาญในสิ่งที่คุณไม่สนใจมัน แม้บางครั้งคุณอาจเลือกเพราะ เงินเดือนที่สูง แต่พอนานไป คุณจะรู้สึกเบื่อและคุณภาพ Code ของคุณก็จะแย่ลงตามไปด้วย ซึ่งนั่นไม่ได้ส่งผลดีในระยะยาว แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเพราะมันเป็นสิทธิ์ของคุณที่จะเลือก
Source: https://levelup.gitconnected.com/

ISM Technology Recruitment Ltd. (#1 Tech Recruiter in Thailand) เราเชี่ยวชาญในธุรกิจ IT Recruitment & IT Outsourcing โดยเฉพาะ เปิดทำการกว่า 30 ปี มีพนักงานทุกสายและทุกระดับทางด้าน IT ที่ได้ร่วมงานกับลูกค้าองค์กรใหญ่ที่มีชื่อเสียงและบริษัทข้ามชาติมากมาย หากคุณเป็นคน IT ที่อยากทำงานท้าทายและร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ สามารถฝากประวัติการทำงาน (Resume) ของคุณไว้กับ ISM ได้ที่ https://www.ismtech.net/submit-your-resume แล้วคุณจะพบว่าอนาคตและโอกาสก้าวหน้ากำลังรอคุณอยู่